การดูแลผิวด้วยสครับ ( Scrub )
Untitled Document
 
Untitled Document

 

Beauty Tip

 

การดูแลผิวด้วยสครับ ( Scrub )

สครับ ( scrub ) หมายถึง การขัด หรือ การถู ซึ่งการทำสครับมีวัตถุประสงค์เพื่อการทำความสะอาดด้วยวิธีการขัดหรือการถู สครับช่วยในการขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันตามรูขุมขนรวมทั้งเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพหรือเซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่ตายแล้วที่เกาะอยู่บนบริเวณผิวหนังชั้นนอกให้สามารถหลุดออกได้เร็วขึ้น โดยปกติแล้วในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่นนั้นกระบวนผลัดเซลล์ผิวนั้นสามารถทำได้ดีเซลล์ผิวเก่าสามารถผลัดเซลล์ผิวใหม่ได้ดีกว่าวัยผู้ใหญ่ ดังนั้นจะสังเกตุได้ว่าผิวของเด็กๆ หรือวัยรุ่นจะมีความสดใสดูมีชีวิตชีวามากกว่าผิวของผู้ใหญ่ ดังนั้นสครับจึงมีประโยชน์ในการช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกได้ง่ายขึ้นและให้โอกาสเผยเซลล์ผิวใหม่ที่ดูสดใส มีชีวิตชีวากว่าเซลล์ผิวเก่าสภาพเสื่อมที่ดูหมองคล้ำ และเป็นการลดปัญหาของการเกิดสิวเนื่องจากสิ่งสกปรกและไขมันที่อุดตันตามผิวหน้า ซึ่งการเร่งกระบวนผลัดเซลล์ผิวอาจจะทำได้อีกวิธีหนึ่งคือการใช้กระบวนการของ Alpha Hydroxy Acid (AHA) ซึ่งเป็นกระบวนการที่แตกต่างจากการสครับโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นกรดที่ได้จากกรดวิธีทางเคมี จากธรรมชาติหรือการสังเคราะห์ ที่มีส่วนช่วยในการขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วเช่นกัน

 
     

สครับส่วนมากที่จะผมได้ในบ้านเราซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้

  1. สครับที่ทำจากธรรมชาติ โดยมากเนื้อเมล็ดของสครับจะทำจากเมล็ดของพืช เช่น walnut meal, corn meal, coconut meal, apricot meal และอื่นๆ เมล็ดสครับที่ได้จากธรรมชาตินั้นมักจะมีรูปร่างที่ไม่แน่นอนและขนาดของเมล็ดสครับจะมีลักษณะค่อนข้างหยาบ และคุณภาพจะแตกต่างกัน เมล็ดสครับให้ประสิทธิภาพในการขัดที่ดี เนื่องความแตกต่างทางรูปทรงของเมล็ดสครับ จึงช่วยให้การขัดเพื่อขจัดสิ่งสกปรกสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นเมล็ดสครับที่มีผลต่อการระคายเคืองผิวน้อยที่สุดด้วย ซึ่งสครับประเภทนี้สามารถใช้ได้สัปดาห์ละไม่เกิน 3 ครั้งแต่ทั้งการขัดด้วยสครับไม่ควรจะรุนแรงเกินไป
  2. สครับที่ทำมาจากกระบวนการทางเคมี เช่น เม็ดพลาสติก หรือ เม็ดพลาสติกเคลือบ ( Micro bead ) เม็ดสครับประเภทนี้จะมีให้เลือกตามแต่ขนาดที่ผู้ผลิตต้องการมีตั้งแต่หยาบมากจนถึงละเอียดมาก ซึ่งคุณภาพของเม็ดสครับจะแตกต่างกันออกไปเช่น บางชนิดอาจจะเป็นเพียงแค่เม็ดพลาสติกธรรมดา บางประเภทอาจจะมีการเคลือบหรือชุบสารสกัดธรรมชาติ เช่น jojoba bead โดยมากจะมีสีสันให้เลือกหลากหลาย ส่วนลักษณะของเม็ดสครับจะมีลักษณะเป็นทรงกลมขนาดเท่ากันของเม็ด ซึ่งสครับประเภทนี้มีโอกาสที่จะก่อให้เกิดการระคายต่อผิวได้มากกว่าสครับจากธรรมชาติ สำหรับสครับประเภทไม่ควรใช้เกินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ข้อควรรู้ในการสครับผิวหน้า

•  ระยะเวลาเหมาะสม ในการใช้สครับสำหรับการเลือกใช้สครับนั้นความถี่ในการสครับผิวนั้นไม่ควรเกินสัปดาห์ละ 3 ครั้งหรือตามแต่ประเภทของสครับ เพื่อเป็นเปิดโอกาสให้เซลล์ผิวได้สร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์ผิวเก่าที่ถูกขจัดออกไป

•  ช่วงเวลาเหมาะสมในการใช้สครับ การเลือกใช้สครับนั้นควรจะเลือกใช้สครับกับใบหน้าหรือผิวกายในช่วงเวลาเย็น-กลางคืน เพราะหลังจากที่ได้มีการใช้สครับแล้ว ขณะที่ร่างกายได้มีการหลับพักผ่อนเซลล์ผิวจะได้รับการซ่อมแซมและฟื้นตัวจากสครับเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ

•  สำหรับผิวที่เป็นสิว การสครับยังคงสามารถทำได้แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีกรดของ Salicylic Acid ที่ไม่เข้มข้นจนเกินไปในที่นี่ไม่ควรเกิน 2 เปอร์เซนต์ ซึ่งจากการวิจัยในสถาบันชั้นนำจากต่างประเทศ พบว่าสาร Salicylic Acid ช่วยขจัดความมันส่วนเกินและขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีส่วนช่วยให้การกระตุ้นกระบวนการผลิตโปรตีนคอลลาเจน รวมถึงช่วยการชะลอกระบวนสร้างเม็ดสีผิวอีกด้วย

•  หลังจากใช้สครับ หลังจากควรใช้สครับควรจะมีการบำรุงผิวด้วย ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์และคอลลาเจน เพื่อให้ผิวคงความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งหลังจาการสครับจะทำให้เนื้อครีมบำรุงสามารถซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น และควรหลีกเลี่ยงการเจอแสงแดดทั้งทางตรงและทางอ้อม

<<Back

Untitled Document